เราควรพกบัตรเครดิตกี่ใบดี?

Original content by Privilet

13 Apr 2019

เราควรพกบัตรเครดิตกี่ใบดี?

บัตรเครดิต คือเครื่องมือทางการเงินที่เราสามารถเอาเงินในอนาคตมาใช้ได้ก่อนในวันนี้ ฉะนั้นเราควรมีบัตรเครดิตไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมีความสามารถทำได้ เพื่อที่เวลาบิลมาตอนสิ้นเดือนเราจะได้กดเงินสดจากอีกใบมาจ่าย แล้วหมุนไปเรื่อยๆ

ไม่ใช่ละ!

ใครที่มีความคิดแบบข้างบนนี้ ขอให้คำตอบเป็น 0 ใบนะครับ คุณไม่ควรไปต่อ เพราะหายนะรออยู่!

คนที่ใช้บัตรเครดิตเป็นจริงๆ จะไม่เคยนึกถึงการเอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อนเลย เพราะพวกเขาจะมีเงินสดพร้อมจ่ายตอนบิลมาทุกสิ้นเดือนอยู่แล้ว สิ่งที่คนใช้บัตรเครดิตเป็นจริงๆ คือการใช้สิทธิพิเศษและสะสมสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่า และไม่เคยจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารเลยสักบาท การที่พกไว้หลายๆ ใบก็เพื่อที่จะได้เข้าถึงครบทุกโปรโมชั่น 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นโปรฯ ช้อปปิ้งหรือกินข้าวก็ไม่เคยพลาดที่จะใช้สิทธิ์

ถ้าทุกใบที่ถือไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีก็แล้วไป เพราะนั่นคือของฟรีทั้งหมด แต่ชีวิตจริงมักไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะบางใบต้องมียอดการใช้จ่ายถึงระดับที่บัตรกำหนดด้วย จึงจะไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปี และการที่มีหลายใบทำให้เราต้องเฉลี่ยทำยอดไปในหลายๆ ใบ ทำให้บางใบไปไม่ถึงยอดที่กำหนด พอสิ้นปีก็ต้องใช้ท่าไม้ตายกับคอลเซ็นเตอร์ว่าถ้าไม่เวฟ (Waive) ค่าธรรมเนียมให้ ก็ขอปิดบัตรไปเลย ทางธนาคารจะยอมหรือไม่ยอมก็แล้วแต่กรณีไป

เอาจริงๆ แล้วก็ไม่สนุกหรอกกับการที่ต้องโทรไปรอสายนานๆ แล้วเจรจาต่อรอง สู้พยายามทำยอดให้ถึงแล้วเวฟอัตโนมัติจบๆ ไปจะดีกว่า

อีกปัญหาหนึ่งของการมีหลายๆ ใบ ก็คือการต้องจำวันตัดรอบบิลและวันครบกำหนดจ่าย จะลืมหรืออะไรยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเลยเดดไลน์ไปก็ต้องเจอกับดอกเบี้ยที่แพงหูฉีกและค่าติดตามทวงถาม แค่นั้นยังไม่พอ จะต้องพบกับการโดนโทรตามจิกให้ไปจ่ายก่อนหรือหลังอาหารสามเวลา อาจจะทำให้หงุดหงิดจนเสียงานเสียการได้ และอาจลุกลามใหญ่โตไปถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมายในชีวิต

พูดเรื่องนี้แล้วเครียด พักกับเกร็ดความรู้สนุกๆ นิดนึง รู้หรือไม่ว่าคนที่มีจำนวนบัตรเครดิตมากที่สุดในโลกคือ 1,497 ใบ (พวกเราไม่ต้องไปแข่งกับเค้านะครับ) ไม่เคยเสียเงินทำสักใบ และมีวงเงินรวมกันกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มา: Guinness World Records

กลับมาเข้าเรื่อง ถ้ามีหลายใบแล้วมีปัญหาขนาดนี้ ตกลงเราควรมีบัตรเครดิตกี่ใบดี?

จากบทความของ credit karma คนอเมริกันจะมีบัตรเครดิตโดยเฉลี่ย 2.69 ใบ ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนที่เราแนะนำ คือ 3 ใบ และทั้ง 3 ใบนั้นควรจะต่างธนาคารกัน เพื่อที่จะครอบคลุมสิทธิ์ของโปรโมชั่นบัตรเครดิตตามร้านค้า/ร้านอาหารในประเทศไทยให้มากที่สุด และเราขอแนะนำเพิ่มเติมว่าในแต่ละใบนั้นต่างเครือข่ายกันด้วยก็ยิ่งดี (Visa / Mastercard / JCB) เพราะเดี๋ยวนี้เครือข่ายบัตรก็มีจัดโปรโมชั่นเป็นของตัวเองเยอะ และจะให้ดียิ่งขึ้นก็ไม่ควรมีค่าธรรมเนียมรายปี หรือมีอย่างมากก็ 1 ใบ เวลาไม่มีโปรฯ อะไรก็ใช้ใบนี้เอาเป็นหลัก คุณจะได้ใช้บัตรเครดิตอย่างสบายหายห่วง ไม่มีภาระมากจนเกินไปจนเกิดอาการตะบี้ตะบันใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เพื่อที่จะทำให้ถึงยอดยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี

แล้วอย่าลืมล่ะ ต้องมีเงินพร้อมจ่ายเต็มจำนวนเวลาบิลมานะ จะได้ใช้แบบยาวๆ ไป ไม่ติดกับดักทางการเงินจนเป็นหนี้เป็นสินที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งวุ่น

บางคนอาจจะแย้งว่า 3 ใบไม่พอหรอก ถ้าเกิดมีโปรเด็ดสุดๆ จากบัตรเครดิตใบที่เราไม่มีพอดีล่ะ ลดเลยทันที 20% ไม่ต้องใช้คะแนนแลก แถมโปรจะหมดวันนี้เลยอีกต่างหาก จะทำยังไง? มาคนเดียวซะด้วย ไปสมัครใหม่ก็ไม่มีทางทัน

หลายๆ คนอาจจะแอบคิดว่าขอยืมคนแถวนี้ได้มั้ย?!

ใช่... ทุกคนต้องเคยมีสักวูบนึงแหละที่เคยคิดว่าจะหันซ้ายหันขวา เอ่ยปากถามคนที่อยู่ข้างๆ ว่ามีบัตรนี้ให้ยืมมั้ย ยินดีจ่ายเงินสดให้เลย แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าขอยืมแล้วจ่ายราคาเต็มไปแบบจ๋อยๆ หรือไม่ก็เก็บเอาความเสียดายกลับบ้านไปเพ้ออีกหลายวัน เราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี เลยคิดวิธีที่จะช่วยให้คุณสามารถยืมบัตรเครดิตจากคนอื่นได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากถามใคร แต่ให้โทรศัพท์กับเทคโนโลยีช่วยทำแทนคุณ

ขอแนะนำพริวิเล็ท แพลตฟอร์มที่ช่วยหาผู้ที่ถือบัตรเครดิตใบที่คุณต้องการใช้ และอยู่ใกล้ๆ กับคุณ ณ ขณะนั้น ให้เดินมาช่วยรูดบัตรเพื่อเอาส่วนลดนั้นให้กับคุณถึงที่ ใช้งานได้ง่ายๆ เหมือนกับการกดเรียกแท็กซี่หรือสั่งอาหารส่งที่บ้าน มีให้เลือกยืมใช้สิทธิพิเศษได้ครบทุกใบทุกธนาคารเลยด้วย


— ดูวิดีโอสาธิตการเรียกยืม —


ถ้ารู้ว่ามีบริการแบบนี้แล้ว คำถามที่ว่าเราควรพกบัตรเครดิตกี่ใบดี อาจจะต้องเปลี่ยนเป็น "ทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตได้หรือยัง?"

ปล. ถ้าคุณมีบัตรหลายใบแล้วอยากแบ่งปันให้คนอื่นยืมรูดเพื่อสะสมสิทธิประโยชน์เข้าบัตรแบบฟรีๆ คุณสามารถร่วมเป็นผู้แบ่งปันบัตรเครดิตกับระบบของเราได้ที่นี่



ดูข้อมูลเพิ่มเติม   สร้างบัญชีผู้ใช้งาน ฟรี!