สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตแบบไหนดีที่สุด?

Original content by Privilet

23 August 2019

กด เพื่อฟังบทความนี้โดยไม่ต้องอ่าน และคุณสามารถติดตาม Privilet Podcast - สาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตได้ที่ Spotify

บัตรเครดิตทุกใบในโลกจะมีสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายมากมาย หลากหลายรูปแบบ ซึ่งธนาคารผู้ออกบัตรต่าง ๆ ก็จะคิดค้นและสรรหาวิธีการใหม่ ๆ มานำเสนอ เพื่อให้เราหยิบบัตรขึ้นมาใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตให้มากที่สุด โดยสิทธิประโยชน์ที่บัตรเครดิตให้นั้นจะมีหลัก ๆ อยู่ 3 รูปแบบ ก่อนที่จะไปหาคำตอบว่าแบบไหนดีที่สุด เรามาลองดูกันก่อนว่าแบบไหนให้อะไร เท่าไร และอย่างไรบ้าง

1. แบบรับเงินคืนในทุกการใช้จ่าย Cash back credit card

สายนี้จะตรงไปตรงมาที่สุด คิดง่าย ไม่ซับซ้อน ก็คือรับเงินคืน 1 - 1.5% ทุกครั้งที่หยิบบัตรขึ้นมารูด ซึ่งแต่ละค่ายก็มักจะมีการกำหนดยอดเงินคืนสูงสุดต่อเดือน เช่น คืนเงิน 1% สูงสุด 2,000 บาทต่อเดือน ก็เท่ากับว่าส่วนที่ใช้จ่ายเกิน 200,000 บาทขึ้นไปในเดือนนั้นก็จะไม่ได้รับเงินคืนแล้ว

บางธนาคารก็จะมีโปรพิเศษเพิ่มเติมในเดือนเกิด กับร้านค้า ปั๊มน้ำมัน หรือในหมวดการใช้จ่ายที่กำหนด มีตั้งแต่ 3 - 15% แน่นอนว่ามีการจำกัดจำนวนเงินคืนสูงสุดในส่วนนี้โดยเฉพาะเช่นกัน

บัตรเครดิต Cash Back ที่น่าสนใจ
Krungsri First Choice / TMB So Smart / Citibank Cash Back / SCB Family Plus / UOB YOLO

2. แบบรับคะแนนสะสมในทุกการใช้จ่าย Rewards credit card

เริ่มที่แบบเบสิกที่สุด คือทุกการรูด 25 บาทจะได้รับ 1 คะแนน และเมื่อสะสมครบ 1,000 คะแนนจะมีมูลค่า 100 บาท สรุปออกมาคือใช้จ่ายผ่านบัตร 25,000 บาทจะได้รับ 100 บาท ผลประโยชน์เท่ากับ 0.4% อาจจะฟังดูน้อยมาก แต่ก็ยังดีกว่าการใช้เงินสดที่ไม่ได้อะไรคืนมาเลยสักเปอร์เซ็นต์เดียว

พอฟังดูน้อย ทางธนาคารเลยจัดโปรโมชันพิเศษขึ้นมาในบางโอกาส ที่จะช่วยให้ 1,000 คะแนนแลกได้มากกว่า 100 บาท หรือให้ส่วนลดมากกว่า 10% เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดซื้อ เช่น รับส่วนลด 15% เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดซื้อ (ผลประโยชน์ขยับขึ้นมาที่ 0.6%)

และธนาคารก็คงรู้อีกว่าผู้ถือบัตรหลายคนยังไม่พอใจเท่าไร เมื่อเทียบกับบัตรเครดิตสาย Cash Back เลยเริ่มปรับระบบการให้คะแนนให้ดีขึ้น เช่น

• ทุก 20 บาทรับ 1 คะแนน (ผลประโยชน์ = 0.5%)
• ทุก 25 บาทรับ 2 คะแนน (ผลประโยชน์ = 0.8%) ซึ่งแบบนี้จะเท่ากับ 25 บาทรับ 1 คะแนน แต่ใช้ 1,000 คะแนนแลกเท่ายอดซื้อเพื่อรับส่วนลด 20% (หนึ่งปีอาจจะมีสักหน)
• ทุก 25 บาทรับ 4 คะแนน เมื่อใช้จ่ายในหมวดที่กำหนด (ผลประโยชน์สูงถึง 1.6%)

อาจจะมีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นครั้งคราวไป เช่น รับคะแนน 7 เท่าในเดือนเกิด แน่นอนว่ายิ่งให้เยอะก็ต้องมีการจำกัดการรับคะแนนสูงสุดต่อเดือน และก็มักจะเป็นบัตรระดับสูงที่อาจจะต้องมีค่าธรรมเนียมรายปีตามมาด้วย

นอกจากนี้ยังมีคะแนนโบนัสพิเศษเมื่อสะสมการใช้จ่ายถึงยอดที่กำหนดตามโปรโมชันในแต่ละไตรมาสอีกต่างหาก และเกือบทุกธนาคารก็สามารถเอาคะแนนสะสมเหล่านี้ไปเปลี่ยนเป็นไมล์ได้อีก แล้วแต่อัตราที่ธนาคารกำหนด

สรุปว่าถ้ามาทางสายสะสมคะแนนนี้ต้องเก่งเลขกันพอสมควร เพื่อเก็บผลประโยชน์ให้ได้คุ้มค่ามากที่สุด

บัตรเครดิตที่ให้คะแนนสูง (บางคนมาสายนี้แล้วเอาไปแลกไมล์ยังคุ้มกว่าบัตรสะสมไมล์โดยเฉพาะเสียอีก)
TMB Absolute / Citi Prestige / Thanachart Black Diamond

บัตรเครดิตสะสมคะแนนที่น่าสนใจ
Citi Premier / Citi Rewards / SCB Ultra Platinum / Krungsri (20 บาท / 1 คะแนน) / และบัตรเครดิตทั่วไปของทุกธนาคาร (25 บาท / 1 คะแนน)

3. แบบรับเป็นไมล์สะสมในทุกการใช้จ่าย Miles awards credit card

เหมาะสำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวและเดินทางบ่อย ๆ ถ้ามาทางนี้บัตรส่วนใหญ่จะผูกกับไมล์ของการบินไทย (ROP) ซึ่งกูรูส่วนใหญ่ก็จะแนะนำให้นำไปแลกเป็นตั๋วระดับชั้นธุรกิจขึ้นไป เพราะใช้ไมล์เพิ่มอีกไม่ถึงเท่าตัว แต่จะได้ตั๋วชั้นธุรกิจที่มักจะมีราคาแพงกว่าตั๋วชั้นประหยัดเกินเท่าตัว มันจึงดูคุ้มค่าและมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น

ส่วนอัตราการสะสมไมล์ก็มีตั้งแต่ 12.50 - 20 บาท/ไมล์ มีการคำนวณในตลาดขายไมล์การบินไทยว่าอยู่ที่ประมาณไมล์ละ 0.40 บาท ถ้าเอาราคานี้ตั้งแล้วคิดผลประโยชน์จากบัตรที่ดีที่สุด ณ วันที่เขียนบทความนี้ ที่ 12.50 บาท/ไมล์ ก็จะเท่ากับ 3.20% นับว่าสูงมาก ๆ เลยทีเดียว และเป็นแบบที่สูงกว่าการสะสมสิทธิประโยชน์แบบอื่นๆ ด้านบนทั้งหมด

บัตรเครดิตสะสมไมล์ที่น่าสนใจ (ทั้งสะสมคะแนนแล้วแลกเป็นไมล์ และสะสมไมล์โดยตรง)
TMB Absolute / SCB My Travel / UOB Privimiles / Citi ROP Select


สรุปว่าบัตรเครดิตแบบไหนใน 3 แบบด้านบนให้ผลประโยชน์ดีที่สุด?

ถ้าคิดผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์ก็อาจจะต้องยกให้กับการสะสมเป็นไมล์ แต่ก็คงไม่มีใครตอบได้ดีกว่าผู้ถือบัตรเอง เพราะไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนขี้เกียจคิดเยอะก็เลือกแบบ Cash Back ไป บางคนชอบเล่นแร่แปรธาตุก็คงชอบแบบคะแนนสะสม เพราะเอาไปทำอะไรได้หลากหลาย ทั้งแลกเป็นสินค้า บริการ เป็นเงินคืนเข้าบัญชีบัตร เป็นเปอร์เซ็นต์ส่วนลด โอนเป็นไมล์ หรือโอนเป็นคะแนนสะสมของห้างร้านต่าง ๆ ก็ยังได้ ทางที่ดีลองหารีวิวเจาะลึกเพื่อศึกษาเพิ่มเติมอีกที

แต่ถึงแม้ว่าคุณจะได้คำตอบในใจแล้ว เราก็เสียใจด้วยที่ต้องบอกว่าสิทธิประโยชน์ข้างบนทั้งหมดนี้ยังไม่มีอันไหนดีพอ เมื่อเทียบกับที่เราจะเขียนต่อไปนี้!

สิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดของบัตรเครดิต คือการมีสิทธิ์รับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม ณ จุดขาย The best credit card rewards is the point of sale discount

สิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดของบัตรเครดิต คือการมีสิทธิ์รับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม ณ จุดขาย

ใช่แล้ว เป็นสิทธิ์ที่ได้เลยเดี๋ยวนั้น ไม่ต้องรอ ไม่ต้องสะสม และส่วนลดแบบนี้จะเริ่มตั้งแต่ 3% ไปจนถึง 50% เลยก็มี และไม่ต้องใช้คะแนนใด ๆ แลกเลยด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้า และที่เห็นบ่อยที่สุดคือส่วนลด 10% ตามร้านอาหาร ที่เกือบทุกร้านจะต้องมีโปรโมชันกับบัตรเครดิตใบใดใบหนึ่งอยู่ตลอดเวลา

โดยส่วนใหญ่แล้ว โปรโมชันส่วนลด ณ จุดขายจะใช้เพียงแค่ค่ายธนาคารผู้ออกบัตรหรือเพียงแค่เครือข่ายบัตรในการรูดเพื่อเอาสิทธิ์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับระดับบัตรใด ๆ เลย เช่น ของทุกชิ้นใน HomePro ลดอีก 3% เมื่อจ่ายผ่านบัตร Krungsri HomePro Visa / กินครบ 500 บาทแล้วชำระด้วยบัตรเครดิต KTC ใบใดก็ได้ รับส่วนลดทันที 10% หรือ เมื่อมียอดซื้อครบ 1,000 บาทและชำระผ่านบัตรเครดิตเครือข่าย JCB ของธนาคารใดก็ได้ รับคูปองมูลค่า 200 บาททันที เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ขอเพียงแค่อย่างเดียว ขอแค่มีบัตรเครดิตใบที่ร่วมรายการกับทางร้านเท่านั้น

ถ้าอยากจะมีสิทธิ์ครบทุกร้านทุกครั้งที่ไป ก็แปลว่าต้องพกบัตรเครดิตให้ครบทุกค่ายเลยหรือไม่?

ที่ผ่านมาก็อาจจะต้องเป็นแบบนั้น เราจึงเห็นคนที่มีบัตรเครดิตหลายใบกันอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าใช้แนวคิดของระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing economy) บวกกับเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าไป ก็จะช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องพกบัตรเครดิตหลาย ๆ ใบเพื่อเอาสิทธิ์เหล่านี้ให้ครบอีกต่อไป

ขอแนะนำ Privilet — บริการที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเรียกยืม/แบ่งปันสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตได้ทุกใบที่มีในประเทศไทย เพียงแค่กดเรียกยืมผ่านแอป ก็จะมีคนที่มีบัตรเครดิตใบที่คุณต้องการยืมใช้สิทธิ์ที่อยู่ใกล้คุณแถว ๆ นั้น เดินมารูดเพื่อเอาส่วนลดให้คุณถึงที่ คุณเพียงแค่โอนเงินสด (ที่หักส่วนลดแล้ว) ให้กับผู้ที่แบ่งปันสิทธิ์นั้นให้กับคุณก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แยกย้ายกันไปช้อปต่อได้

ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาสั้น ๆ ไม่ถึง 5 นาที แต่คุณก็สามารถประหยัดเงินได้ตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักหมื่นบาทก็เคยมีคนประหยัดได้ไปแล้ว มากกว่าผลประโยชน์ที่คุณได้รับจาก 3 รูปแบบด้านบนแน่ ๆ และก็สะดวกรวดเร็วกว่าการเรียกแท็กซี่ผ่านแอปเสียอีก เพราะเราจะเชื่อมต่อเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ ๆ ในระยะที่เดินถึงกันได้เท่านั้น

Privilet web app user interface

ในทางกลับกัน คุณก็สามารถแบ่งปันบัตรเครดิตของคุณให้คนอื่นเรียกยืมใช้ได้เช่นกัน เพราะระบบ Sharing economy นี้ช่วยให้วิน - วินกันทุกฝ่าย โดยฝ่ายเรียกยืมก็จะได้รับส่วนลด ณ จุดขายไปทันที ส่วนคนที่แบ่งปันก็จะได้รับคะแนนสะสมเข้าบัตรเครดิตของตัวเองไป ส่วนจะสะสมสิทธิประโยชน์แบบไหนก็แล้วแต่บัตรที่คุณถือเลย (ดูตัวอย่างโปรบัตรเครดิตที่คุณสามารถแบ่งปันได้ที่นี่)

และต่อไปนี้ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องคิดแล้วว่า "สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตแบบไหนดีที่สุด?" เพราะคุณรู้แล้วว่าคุณสามารถรับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตแบบที่ดีที่สุดของที่สุดได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะมีบัตรเครดิตในกระเป๋าแล้วหรือไม่ก็ตาม



ดูข้อมูลเพิ่มเติม   สร้างบัญชีผู้ใช้งาน ➞


โปรดทราบ - Privilet ไม่ใช่ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบริการทางการเงิน คุณต้องชำระเงินเต็มจำนวนกับผู้ที่แบ่งปันสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตให้กับคุณเท่านั้น







Member card vs. Credit card article thumbnail

บัตรสมาชิก vs. บัตรเครดิต
ใบไหนสิทธิ์ดีกว่า?

ใครที่ช้อปปิ้งหรือกินข้าวตามห้างบ่อย ๆ จะสังเกตได้ว่าเกือบทุกร้านมีระบบสมาชิกของตัวเอง ซึ่งวิธีการสมัครสมาชิกก็มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบสมัครฟรี...

how many credit cards should I have article thumbnail

เราควรพกบัตรเครดิต
กี่ใบดี?

บัตรเครดิต คือเครื่องมือทางการเงินที่เราสามารถเอาเงินในอนาคตมาใช้ได้ก่อนในวันนี้ ฉะนั้นเราควรมีบัตรเครดิตไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมี...

more discount card article thumbnail

มีบัตรเครดิตอะไร
ลดได้อีกบ้าง?

คำถามง่าย ๆ ที่คนมีบัตรเครดิตจะต้องถามทุกครั้งเวลาจ่ายเงินซื้อของตามร้านค้า/ร้านอาหาร คือการถามหาส่วนลดเพิ่มเติมจากบัตรโน่นนี่นั่น...











เริ่ม
บัตรเครดิตกันเลย!

สร้างบัญชีผู้ใช้งาน ➞